ผู้เขียน หัวข้อ: ทันตกรรมเด็ก ดูแลฟันเด็ก ในช่วงจัดฟันเด็กและสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม  (อ่าน 22 ครั้ง)

siritidaphon

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 308
    • ดูรายละเอียด
ทันตกรรมเด็ก ดูแลฟันเด็ก ในช่วงจัดฟันเด็กและสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ทันตกรรมเด็กเป็นสาขาที่ดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยรุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เด็กกำลังจัดฟัน การดูแลสุขภาพช่องปากในช่วงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาฟันให้แข็งแรงและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ต่อไปนี้คือสิ่งที่ผู้ปกครองควรใส่ใจเป็นพิเศษในการดูแลฟันเด็กในช่วงจัดฟัน:

1. การทำความสะอาดช่องปากอย่างถูกวิธี:

การแปรงฟัน:
เด็กที่จัดฟันควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือหลังอาหารทุกมื้อ โดยใช้แปรงสีฟันสำหรับคนจัดฟันและยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
ควรเน้นการทำความสะอาดบริเวณรอบๆ เครื่องมือจัดฟันอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันเศษอาหารติดอยู่ตามเครื่องมือ

การใช้ไหมขัดฟัน:
ไหมขัดฟันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กที่จัดฟัน เนื่องจากช่วยทำความสะอาดบริเวณซอกฟันและรอบๆ เครื่องมือจัดฟันที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง
ผู้ปกครองควรสอนและดูแลให้เด็กใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี

การใช้น้ำยาบ้วนปาก:
น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียและป้องกันฟันผุ
ควรเลือกน้ำยาบ้วนปากที่อ่อนโยนและไม่ระคายเคืองต่อช่องปากของเด็ก


2. การเลือกอาหารที่เหมาะสม:

หลีกเลี่ยงอาหารแข็งและเหนียว:
อาหารเหล่านี้อาจทำให้เครื่องมือจัดฟันเสียหาย เช่น ลูกอม หมากฝรั่ง น้ำแข็ง ถั่วแข็ง เนื้อติดกระดูก

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสีเข้ม:
อาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม เช่น ชา กาแฟ ไวน์แดง ซอสต่างๆ อาจทำให้ยางจัดฟันเปลี่ยนสี

จำกัดอาหารที่มีน้ำตาลสูง:
อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ เช่น ขนมหวาน น้ำอัดลม


3. การดูแลเครื่องมือจัดฟัน:

หลีกเลี่ยงการดึงหรือโยกเครื่องมือ:
สอนลูกให้หลีกเลี่ยงการใช้มือหรือลิ้นดึงหรือโยกเครื่องมือจัดฟัน

แจ้งทันตแพทย์เมื่อมีปัญหา:
หากเครื่องมือหลุดหรือเสียหาย ให้รีบแจ้งทันตแพทย์ทันที

ไปพบทันตแพทย์ตามนัด:
พาลูกไปพบทันตแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง เพื่อปรับเครื่องมือและติดตามผลการรักษา


4. การให้กำลังใจและสนับสนุน:

สร้างความเข้าใจ:
อธิบายให้ลูกเข้าใจถึงความสำคัญของการจัดฟันและประโยชน์ที่จะได้รับ

ให้กำลังใจ:
ให้กำลังใจและสนับสนุนลูกในการรักษา เพื่อให้ลูกไม่รู้สึกท้อแท้หรือเบื่อหน่าย

สร้างบรรยากาศที่ดี:
สร้างบรรยากาศที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปาก เพื่อให้ลูกไม่รู้สึกเครียดหรือกังวล


สิ่งที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม:

การตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ:
ควรพาเด็กไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน เพื่อตรวจหาปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ

การเคลือบฟลูออไรด์:
การเคลือบฟลูออไรด์ช่วยป้องกันฟันผุ โดยเฉพาะในเด็กที่จัดฟัน

การเคลือบหลุมร่องฟัน:
การเคลือบหลุมร่องฟันช่วยป้องกันฟันกรามผุ โดยเฉพาะในเด็กที่มีฟันกรามลึก

การดูแลสุขภาพเหงือก:
เด็กที่จัดฟันมีความเสี่ยงต่อโรคเหงือกอักเสบ ผู้ปกครองควรดูแลให้เด็กแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี เพื่อรักษาสุขภาพเหงือกให้แข็งแรง

การดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กในช่วงจัดฟันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญกับการดูแลและให้ความร่วมมือกับทันตแพทย์ เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ที่ดี